Fang Cheng Bao Formula S เปิดราคาจริง 189,900 หยวน (ราว 950,000 บาท) ถูกกว่าพรีเซล 17% วิ่งสูงสุดราว 675 กม. EPA
Fang Cheng Bao Formula S เปิดราคาจริงในจีนเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เริ่มต้นที่ 189,900 หยวน (ราว 950,000 บาท) ต่ำกว่ากรอบราคาพรีเซลที่เคยประกาศไว้ถึง 40,100 หยวน (ราว 201,000 บาท) หรือราว 17.4 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ลูกในเครือ BYD ที่เดิมทำแต่รถเอสยูวีสายลุยและสายเมือง งานนี้เปิดพร้อมกันสองบอดี้คือ Formula S ตัวซีดาน 5 รุ่นย่อย และ Formula S GT ทรงชูตติ้งเบรก 4 รุ่นย่อย ระยะทางสูงสุดราว 675 กิโลเมตรตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ (900 กิโลเมตร CLTC) และรองรับชาร์จแบบแฟลชทุกรุ่นย่อย
Fang Cheng Bao Formula S คือรถอะไร และราคาเท่าไร
Fang Cheng Bao Formula S คือซีดานไฟฟ้าล้วนขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไลน์สินค้าที่สามของแบรนด์ Fang Cheng Bao ในเครือ BYD ต่อจากตระกูล Bao สายออฟโรดและตระกูล Tai สายเมือง ตัวซีดานมี 5 รุ่นย่อย ราคา 189,900 ถึง 229,900 หยวน (ราว 950,000 บาท ถึง 1.15 ล้านบาท) ส่วนรุ่น GT ทรงชูตติ้งเบรกมี 4 รุ่นย่อย ราคา 219,900 ถึง 239,900 หยวน (ราว 1.10 ถึง 1.20 ล้านบาท) ทั้งคู่ใช้ฐานล้อ 2,960 มิลลิเมตรเท่ากัน
ประเด็นที่ควรจับตาที่สุดของการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่สเปก แต่เป็นราคา ตอนเปิดรับพรีออร์เดอร์วันที่ 20 สิงหาคม แบรนด์ประกาศกรอบราคาไว้ที่ 230,000 ถึง 280,000 หยวน (ราว 1.15 ถึง 1.40 ล้านบาท) แต่ราคาขายจริงเริ่มต้นกลับต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเดิมถึง 40,100 หยวน (ราว 201,000 บาท) การตัดราคาลงแรงขนาดนี้หลังปล่อยกรอบไปแล้วเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ผลิตจีนใช้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกว่าผู้ซื้อได้ของถูกกว่าที่คาด และเพื่อดันยอดจองในสัปดาห์แรกให้เป็นข่าว
คิดเป็นเงินไทยแบบคร่าว ๆ ที่อัตรา 1 หยวน ≈ 5.00 บาท (อัตรากลางธนาคารแห่งประเทศไทย 30 ก.ย. 2569) ราคาเริ่มต้นจะตกประมาณ 950,000 บาท และตัวท็อปของ GT ราว 1.20 ล้านบาท ตัวเลขบาทเป็นค่าประมาณเพื่อเทียบสเกล ไม่ใช่ราคาขายในไทย แต่ย้ำเหมือนเดิมว่านี่คือราคาป้ายในจีนล้วน ๆ ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตของไทย รถที่เข้ามาขายจริงในบ้านเรามักมีส่วนต่างจากราคาป้ายจีนตั้งแต่ 20 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับว่าประกอบในประเทศหรือนำเข้าทั้งคัน
ในแง่ตำแหน่งตลาด รถคู่นี้ยิงตรงเข้าใส่กลุ่มเดียวกับ Xiaomi SU7 และ Tesla Model 3 ซึ่งเป็นสมรภูมิที่แน่นที่สุดของตลาดจีนเวลานี้ จุดต่างที่ Fang Cheng Bao เลือกชูคือการให้ผู้ซื้อเลือกระบบช่วงล่างได้เอง และการมีบอดี้ชูตติ้งเบรกให้เลือกซึ่งคู่แข่งทั้งสองรายไม่มี
Formula S วิ่งได้ไกลแค่ไหน และชาร์จเร็วเท่าไร
รุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุดของ Formula S คือรุ่นขับหลังระยะทางไกล ราคา 209,900 หยวน (ราว 1.05 ล้านบาท) ใช้แบตเตอรี่ 92.093 kWh ให้ระยะทางราว 675 กิโลเมตรตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ (900 กิโลเมตร CLTC) ส่วนรุ่นเริ่มต้นขับหลังใช้แบตเตอรี่ 76.744 kWh ทำได้ราว 548 กิโลเมตร EPA (730 กิโลเมตร CLTC) ทุกรุ่นย่อยใช้แบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชันที่สองของ BYD และรองรับชาร์จแฟลชเหมือนกันหมด
ด้านความเร็วในการชาร์จ ตัวเลขที่ผู้ผลิตประกาศคือชาร์จจาก 10 เปอร์เซ็นต์ไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 5 นาที และจาก 10 เปอร์เซ็นต์ไปถึง 97 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 9 นาที ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับรถ BYD รุ่นอื่นที่รองรับระบบชาร์จแฟลช ข้อควรรู้สำหรับผู้อ่านคือตัวเลขนี้ทำได้ก็ต่อเมื่อเสียบกับตู้ชาร์จกำลังสูงมากที่รองรับระบบดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งในไทยยังมีจำนวนจำกัดมาก ถ้าเสียบตู้ DC ทั่วไปตามห้างหรือปั๊ม เวลาที่ใช้จริงจะห่างจากตัวเลขโฆษณาพอสมควร
| รุ่นย่อย | แบตเตอรี่ | ระยะทาง CLTC | EPA โดยประมาณ | ราคาป้ายจีน |
|---|---|---|---|---|
| Formula S ขับหลัง มาตรฐาน | 76.744 kWh | 730 กม. | ราว 548 กม. | 189,900 หยวน (ราว 950,000 บาท) |
| Formula S ขับหลัง ระยะไกล | 92.093 kWh | 900 กม. | ราว 675 กม. | 209,900 หยวน (ราว 1.05 ล้านบาท) |
| Formula S ขับสี่ล้อ | 92.093 kWh | 750 กม. | ราว 563 กม. | 229,900 หยวน (ราว 1.15 ล้านบาท) |
| Formula S GT ขับหลัง | 92.093 kWh | 850 กม. | ราว 638 กม. | 219,900 หยวน (ราว 1.10 ล้านบาท) |
| Formula S GT ขับสี่ล้อ | 92.093 kWh | 730 กม. | ราว 548 กม. | 239,900 หยวน (ราว 1.20 ล้านบาท) |
ข้อสังเกตที่ผู้ซื้อควรเห็นจากตารางคือรุ่นแรงที่สุดไม่ใช่รุ่นที่วิ่งไกลที่สุด รุ่นขับสี่ล้อทั้งของซีดานและ GT วิ่งได้สั้นกว่ารุ่นขับหลังที่ใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียวกันอย่างชัดเจน เพราะมอเตอร์ตัวหน้าที่เพิ่มเข้ามาทั้งกินไฟและเพิ่มน้ำหนัก นี่เป็นรูปแบบที่เห็นซ้ำแทบทุกยี่ห้อ และเป็นเหตุผลที่คนที่เน้นเดินทางไกลมากกว่าอัตราเร่งควรเลือกรุ่นขับหลัง
Formula S กับ Formula S GT ต่างกันอย่างไร
ความต่างหลักระหว่าง Formula S กับ Formula S GT คือรูปทรงตัวถังท้ายรถ ตัวซีดานยาว 5,060 มิลลิเมตร ส่วน GT ยาว 5,025 มิลลิเมตร และใช้ดีไซน์ท้ายแบบชูตติ้งเบรกที่ต่างออกไป ทั้งคู่ใช้ฐานล้อเท่ากันที่ 2,960 มิลลิเมตร ฝั่งขุมพลัง GT ทุกรุ่นย่อยใช้แบตเตอรี่ 92.093 kWh เพียงขนาดเดียว จึงไม่มีรุ่นเริ่มต้นราคาถูกแบบตัวซีดาน
การเลือกทำบอดี้ชูตติ้งเบรกออกมาขายคู่กับซีดานในราคาที่ห่างกันเพียง 30,000 หยวน (ราว 150,000 บาท) ถือเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ เพราะรถทรงนี้ขายยากในเกือบทุกตลาดทั่วโลก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่อยากได้พื้นที่เก็บของมักเลือกเอสยูวีแทน แต่ในทางกลับกัน การมีบอดี้ที่คู่แข่งอย่าง SU7 และ Model 3 ไม่มีให้เลือกก็ช่วยให้แบรนด์ไม่ต้องแข่งกันด้วยราคาล้วน ๆ กับรถที่หน้าตาคล้ายกันไปหมด
ด้านกำลัง รุ่นขับหลังของตัวซีดานให้กำลังสูงสุด 245 หรือ 300 กิโลวัตต์แล้วแต่รุ่นย่อย ส่วน GT รุ่นขับหลังให้ 300 กิโลวัตต์ ขณะที่รุ่นขับสี่ล้อของทั้งสองบอดี้ให้กำลังรวม 490 กิโลวัตต์ ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในระดับที่เกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และสะท้อนว่าการแข่งขันในกลุ่มนี้ย้ายจากเรื่องแรงม้าไปสู่เรื่องช่วงล่าง ระยะทาง และซอฟต์แวร์แล้ว
ระบบช่วงล่าง DiSus-M ของ Formula S คืออะไร
DiSus-M คือระบบช่วงล่างแมกนีโตรีโอโลจิคัลอัจฉริยะที่เปิดตัวครั้งแรกกับ Formula S ใช้ของเหลวแมกนีโตรีโอโลจิคัลปรับค่าหน่วงของโช้กอัพได้ภายในระดับมิลลิวินาที เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการตอบสนองในการเข้าโค้งกับความนุ่มนวลในการใช้งานประจำวัน ส่วนรุ่น DiSus-A จะใช้ช่วงล่างถุงลมสองห้องร่วมกับโช้กอัพปรับค่าหน่วงได้แทน
จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจกว่าปกติคือวิธีตั้งราคา รุ่น DiSus-A และ DiSus-M ที่มีกำลังและระยะทางเท่ากันจะมีราคาเท่ากันเป๊ะ แปลว่าแบรนด์ไม่ได้ให้ลูกค้า “จ่ายเพิ่มเพื่ออัปเกรด” แต่ให้ “เลือกแนวทาง” ว่าจะเอาช่วงล่างถุงลมที่นุ่มลึกและปรับความสูงได้ หรือช่วงล่างแม่เหล็กที่ตอบสนองไวกว่า การให้เลือกแบบนี้พบไม่บ่อยในรถราคาระดับสองแสนหยวน (ราว 1.0 ล้านบาท) และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรไปลองขับทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจจริง ๆ ไม่ใช่เลือกจากสเปกบนกระดาษ
ในมุมของเรา ช่วงล่างถุงลมมักได้เปรียบเรื่องความสบายบนถนนคลื่นยาวและการรับน้ำหนักเมื่อบรรทุกเต็ม ส่วนช่วงล่างแบบแม่เหล็กมักได้เปรียบเรื่องการควบคุมการโยนตัวในโค้งและการตอบสนองต่อผิวถนนที่เปลี่ยนแปลงถี่ ๆ สำหรับสภาพถนนไทยที่มีทั้งรอยต่อสะพานและหลุมบ่อกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ทั้งสองแบบมีข้อดีคนละสถานการณ์ และไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน
Formula S มีระบบช่วยขับอะไร และแบรนด์นี้ขายดีแค่ไหน
Formula S มาพร้อมระบบช่วยขับ God’s Eye B ที่ติดตั้ง LiDAR รองรับทั้งระบบช่วยขับตามเส้นทางในเมืองและบนทางด่วน รวมถึงระบบจอดอัตโนมัติ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ BYD ทยอยติดตั้งให้รถหลายรุ่นในเครือ ส่วนยอดขายของแบรนด์ Fang Cheng Bao เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 41,568 คัน เพิ่มขึ้น 155.57 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขยอดขายสะสมช่วงแปดเดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 242,255 คัน เพิ่มขึ้น 165.66 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่ายอดทั้งปี 2568 ที่ทำได้ 234,637 คันไปแล้ว การเติบโตระดับนี้อธิบายว่าทำไมแบรนด์ถึงกล้าเปิดไลน์สินค้าใหม่ทั้งไลน์ในปีเดียว การมีฐานยอดขายที่โตเร็วทำให้ต้นทุนต่อคันลดลงและกล้าตั้งราคาต่ำกว่าที่ประกาศไว้ตอนพรีเซลได้
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านควรมองตัวเลขเหล่านี้อย่างมีบริบท ยอดขายที่โตหลักร้อยเปอร์เซ็นต์มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และตลาดรถไฟฟ้าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีผู้เล่นมากเกินกว่าที่ตลาดจะรองรับได้ทั้งหมด แบรนด์ที่โตเร็วในวันนี้ไม่ได้การันตีว่าจะอยู่รอดในอีกสามปีข้างหน้า และเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อรถจากแบรนด์ใหม่ เพราะมูลค่าขายต่อและความต่อเนื่องของอะไหล่ผูกกับความอยู่รอดของแบรนด์โดยตรง
Fang Cheng Bao Formula S มีโอกาสเข้าไทยหรือไม่
ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ ยังไม่มีการประกาศแผนนำ Fang Cheng Bao Formula S เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และแบรนด์ Fang Cheng Bao เองก็ยังไม่มีเครือข่ายจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา ต่างจากแบรนด์อื่นในเครือ BYD อย่าง BYD และ Denza ที่มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในไทยแล้ว
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาซีดานไฟฟ้าที่ซื้อได้จริงในไทยตอนนี้ ตัวเลือกที่มีจำหน่ายแล้วครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านไปจนถึงกลุ่มพรีเมียม ผู้อ่านสามารถเทียบราคา ระยะทาง EPA และกำลังชาร์จของทุกรุ่นที่ขายในไทยได้ที่หน้า เปรียบเทียบรถ EV ซึ่งเราอัปเดตตามข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วเท่านั้น
ข่าวซีดานไฟฟ้าจากจีนอีกสองรุ่นที่ควรอ่านควบคู่กันคือ Denza Z9S ที่เปิดพรีเซลด้วยระยะทาง CLTC สูงสุด 1,100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรถระดับบนกว่าในเครือเดียวกัน และ Xiaomi Sky Nomad จากคู่แข่งรายสำคัญที่สุดของกลุ่มนี้ ทั้งสองรุ่นช่วยให้เห็นภาพว่าราคาของ Formula S ถูกวางไว้ตรงไหนของตลาด
ผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมเหล็กฟอสเฟตที่ใช้ในแบตเตอรี่ Blade สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ Lithium iron phosphate battery บนวิกิพีเดีย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fang Cheng Bao Formula S
ถาม: Formula S ราคาเท่าไร
ตอบ: ราคาป้ายในจีนเริ่มต้นที่ 189,900 หยวน (ราว 950,000 บาท) สำหรับตัวซีดานรุ่นเริ่มต้น และสูงสุด 229,900 หยวน (ราว 1.15 ล้านบาท) สำหรับรุ่นขับสี่ล้อ ส่วนรุ่น GT อยู่ที่ 219,900 ถึง 239,900 หยวน (ราว 1.10 ถึง 1.20 ล้านบาท) ยังไม่มีราคาสำหรับตลาดไทย
ถาม: Formula S วิ่งได้ไกลที่สุดกี่กิโลเมตร
ตอบ: รุ่นที่ไกลที่สุดคือรุ่นขับหลังระยะทางไกล ทำได้ราว 675 กิโลเมตรตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ (900 กิโลเมตร CLTC) ใช้แบตเตอรี่ 92.093 kWh
ถาม: Formula S กับ Formula S GT ต่างกันตรงไหน
ตอบ: ต่างกันที่รูปทรงตัวถังและระยะทาง ตัวซีดานยาว 5,060 มิลลิเมตร ส่วน GT เป็นทรงชูตติ้งเบรกยาว 5,025 มิลลิเมตร GT ทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ 92.093 kWh ขนาดเดียว จึงไม่มีรุ่นเริ่มต้นราคาถูกแบบซีดาน
ถาม: DiSus-A กับ DiSus-M ควรเลือกแบบไหน
ตอบ: DiSus-A เป็นช่วงล่างถุงลมสองห้อง เน้นความนุ่มนวลและปรับความสูงได้ ส่วน DiSus-M เป็นช่วงล่างแมกนีโตรีโอโลจิคัลที่ปรับค่าหน่วงได้ในระดับมิลลิวินาที เน้นการตอบสนอง ทั้งสองแบบราคาเท่ากันเมื่อกำลังและระยะทางเท่ากัน จึงควรลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ถาม: Formula S ชาร์จเร็วแค่ไหน
ตอบ: ผู้ผลิตระบุว่าชาร์จจาก 10 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลา 5 นาที และจาก 10 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลา 9 นาที เมื่อใช้กับตู้ชาร์จแฟลชที่รองรับ หากใช้ตู้ DC ทั่วไป เวลาจริงจะนานกว่านั้นมาก
ถาม: Fang Cheng Bao Formula S จะขายในไทยไหม
ตอบ: ยังไม่มีการประกาศแผนนำเข้ามาจำหน่ายในไทย และแบรนด์ Fang Cheng Bao ยังไม่มีเครือข่ายจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ เดือนกันยายน 2569
ข้อมูลตรวจสอบโดยทีม EV Ocean · อัปเดต กันยายน 2569 · อ้างอิงราคาและสเปกจากการประกาศของ Fang Cheng Bao ในงานเปิดตัววันที่ 16 กันยายน 2569 และข้อมูลยอดขายที่ CnEVPost รวบรวม · ระยะทาง EPA เป็นค่าประมาณที่คำนวณจาก CLTC คูณ 0.75 ราคาเงินบาทเป็นการคำนวณคร่าว ๆ ที่อัตรา 1 หยวน ≈ 5.00 บาท (อัตรากลางธนาคารแห่งประเทศไทย 30 ก.ย. 2569) ไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่น
- Geely Galaxy Cruiser 700 ราคา เปิดพรีเซลในจีน 199,800 หยวน (ราว 999,000 บาท) ยอดจองทะลุ 43,900 คันใน 1 ชั่วโมง16 ก.ย. 2026
- Geely EX5 ใหม่ จ่อเปิดตัวในจีน ก.ย.นี้ ยกเครื่องเป็นขับหลัง มอเตอร์ 329 แรงม้า เพิ่มไลดาร์16 ก.ย. 2026
- Denza N8L ราคา เวอร์ชันไฟฟ้าล้วนเปิดตัวจริง เริ่ม 299,800 หยวน (ราว 1.50 ล้านบาท) วิ่งราว 720 กม. EPA แบต 130 kWh15 ก.ย. 2026
- Volkswagen ID AURA T6 เคาะเปิดตัว 20 ก.ย. เอสยูวีไฟฟ้า VW คันแรกที่มี LiDAR เริ่ม 135,900 หยวน (ราว 680,000 บาท)15 ก.ย. 2026
- Nio ES8 เจน 3 จ่อส่งมอบครบ 150,000 คันใน 1 ปี คิดเป็น 62% ของยอดขายแบรนด์15 ก.ย. 2026

































