รถ EV ตามงบ 2569 เลือกได้จริงจาก 95 รุ่นที่ขายในไทย ครบทุกช่วงราคา
หน้านี้ตอบคำถามเดียวคือ งบเท่านี้ ซื้อรถ EV รุ่นไหนได้บ้างในไทย โดยแบ่งเป็น 5 ช่วงงบตั้งแต่ไม่เกิน 5 แสนบาทจนถึงกลุ่มพรีเมียม และคัดจากฐานข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้า 95 รุ่นที่มีขายจริงในประเทศไทย ทุกราคาเป็นราคาเริ่มต้นทางการของรุ่นย่อยที่ถูกที่สุด ตรวจกับราคาแบรนด์ครั้งล่าสุดวันที่ 2 กันยายน 2569 และระยะทางทุกตัวแปลงเป็นมาตรฐาน EPA โดยประมาณให้เทียบกันได้บนฐานเดียว ถ้าต้องการกรองเองทีละรุ่นแบบละเอียด ใช้ ตารางเปรียบเทียบรถ EV แบบอินเทอร์แอกทีฟ ได้เลย
รถ EV ราคาถูกที่สุดในไทยตอนนี้คือรุ่นไหน ราคาเท่าไหร่?
รุ่นที่ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดคือ ChangAn Lumin ที่ 349,000 บาท เป็นซิตี้คาร์ไฟฟ้าแบต 27.99 kWh วิ่งได้ราว 210 กม. ตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ รองลงมาคือ Wuling Air EV ที่ 369,000 บาท และ Wuling Binguo EV ที่ 399,000 บาท ทั้งสามรุ่นเป็นรถเมืองขนาดเล็ก เหมาะกับการวิ่งในเมืองและชาร์จที่บ้านเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเดินทางไกลบ่อย ๆ
งบไม่เกิน 5 แสนบาท ซื้อรถ EV รุ่นไหนได้บ้าง?
ช่วงนี้เหลือตัวเลือกเพียง 5 รุ่น และเกือบทั้งหมดเป็นซิตี้คาร์ ยกเว้น Geely EX2 ที่เป็นแฮตช์แบ็กขนาด B ราคา 429,990 บาท และให้ระยะทางสูงสุดในกลุ่มที่ 277 กม. จุดที่ต้องยอมรับของงบนี้คือกำลังชาร์จ DC ที่ต่ำ (30–70 kW) แปลว่าการเติมไฟที่สถานีชาร์จเร็วจะใช้เวลานานกว่ารถราคาสูงกว่าอย่างชัดเจน ถ้าไม่มีที่ชาร์จที่บ้าน ควรพิจารณาขยับงบขึ้นอีกช่วง
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท) | แบต (kWh) | ระยะ EPA* (กม.) | ชาร์จ DC (kW) | ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ |
|---|---|---|---|---|---|
| ChangAn Lumin | 349,000 | 27.99 | 210 | 35 | 1,662 |
| Wuling Air EV | 369,000 | 26.7 | 210 | — | 1,757 |
| Wuling Binguo EV | 399,000 | 31.9 | 233 | 50 | 1,712 |
| BYD ATTO 1 | 429,900 | 30.08 | 266 | 30 | 1,616 |
| Geely EX2 | 429,990 | 39.4 | 277 | 70 | 1,552 |
*ระยะ EPA โดยประมาณ แปลงจากมาตรฐานที่ผู้ผลิตแจ้ง (CLTC×0.75, WLTP×0.89, NEDC×0.70) | ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ = ราคาเริ่มต้น ÷ ระยะ EPA ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ใช้เทียบความคุ้มของราคาป้ายเท่านั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
งบ 5–7 แสนบาท มีรถ EV ให้เลือกกี่รุ่น รุ่นไหนคุ้มที่สุด?
ช่วง 5–7 แสนบาทมี 13 รุ่น และเป็นช่วงที่การแข่งขันดุที่สุดของตลาดไทย รุ่นที่ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จต่ำที่สุดคือ AION UT (519,900 บาท ÷ 350 กม. ได้ราว 1,485) ตามด้วย BYD Dolphin (ราว 1,487) ส่วนถ้าให้น้ำหนักกับความเร็วในการชาร์จ Leapmotor B10 รองรับ DC ได้ถึง 140 kW สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ JAECOO 5 EV รองรับ 130 kW
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท) | แบต (kWh) | ระยะ EPA* (กม.) | ชาร์จ DC (kW) | ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ |
|---|---|---|---|---|---|
| BYD Dolphin | 509,900 | 50.25 | 343 | 60 | 1,487 |
| AION UT | 519,900 | 50.6 | 350 | 80 | 1,485 |
| Leapmotor T03 | 549,000 | 37.3 | 280 | 48 | 1,961 |
| JAECOO 5 EV | 579,000 | 50.6 | 281 | 130 | 2,060 |
| GWM ORA Good Cat | 599,000 | — | 300 | 60 | 1,997 |
| MG MG4 Electric | 599,900 | 50 | 378 | 120 | 1,587 |
| MG S5 EV | 619,900 | 50 | 385 | 88 | 1,610 |
| OMODA C5 EV | 629,000 | 50.6 | 295 | 110 | 2,132 |
| BYD ATTO 2 | 629,900 | 51.13 | 287 | 82 | 2,195 |
| GWM ORA 5 EV | 649,000 | 58.3 | 364 | 120 | 1,783 |
| BYD ATTO 3 | 669,900 | 50.25 | 336 | 70 | 1,994 |
| Chery V23 | 689,900 | 59.93 | 259 | 80 | 2,664 |
| Leapmotor B10 | 698,000 | 56.2 | 361 | 140 | 1,934 |
งบ 7 แสน–1 ล้านบาท ควรเลือกรุ่นไหน?
ช่วงนี้มี 17 รุ่น มากที่สุดในบรรดางบต่ำกว่าล้าน และเป็นจุดที่เริ่มได้รถขนาดใหญ่ขึ้นจริง ทั้งเอสยูวีขนาด C อย่าง Geely EX5 และ AION V รวมถึงเอ็มพีวี 6–7 ที่นั่งอย่าง BYD M6 และรถกระบะไฟฟ้า Riddara RD6 ที่เป็นตัวเลือกเดียวในหมวดกระบะ ข้อได้เปรียบที่ชัดของงบนี้คือกำลังชาร์จ DC ที่ขยับขึ้นเป็น 100–230 kW
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท) | แบต (kWh) | ระยะ EPA* (กม.) | ชาร์จ DC (kW) | ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ |
|---|---|---|---|---|---|
| Geely EX5 | 739,000 | 60.22 | 368 | 100 | 2,008 |
| Neta X | 739,000 | 62 | 336 | 120 | 2,199 |
| Riddara RD6 | 739,000 | 63 | 378 | 90 | 1,955 |
| AION Y Plus | 749,900 | 63.2 | 343 | 80 | 2,186 |
| BYD M6 | 769,900 | 55.4 | 371 | 85 | 2,075 |
| Deepal S05 | 799,000 | 56.1 | 392 | 152 | 2,038 |
| JAECOO 6 EV | 799,000 | 65.7 | 298 | 85 | 2,681 |
| Nio Firefly | 799,000 | 42.1 | 315 | 100 | 2,537 |
| AION V | 799,900 | 64.5 | 421 | 150 | 1,900 |
| Wuling Starlight Darion | 839,000 | 69.2 | 350 | 100 | 2,397 |
| AION ES | 850,000 | 50.6 | 309 | 75 | 2,751 |
| ZEEKR X | 899,000 | 61 | 329 | 230 | 2,733 |
| Honda e:N1 | 899,000 | 68.8 | 350 | 78 | 2,569 |
| BYD SEAL 6 | 899,900 | 56.64 | 340 | 100 | 2,647 |
| Leapmotor C10 | 949,000 | 69.9 | 375 | 84 | 2,531 |
| BYD SEAL | 989,900 | 61.4 | 357 | 150 | 2,773 |
| GWM ORA 07 | 999,000 | 83.5 | 470 | 88 | 2,126 |
งบ 1–1.5 ล้านบาท ได้อะไรเพิ่มขึ้นจากงบล่าง?
สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือระยะทาง จากที่งบต่ำกว่า 1 ล้านบาทส่วนใหญ่อยู่ราว 250–420 กม. ช่วง 1–1.5 ล้านบาทขยับขึ้นเป็น 380–583 กม. โดย MG IM5 ให้ระยะสูงสุดในกลุ่มที่ 583 กม. พร้อมแบต 100 kWh และรองรับ DC 396 kW ส่วน Tesla Model 3 ที่ 1,149,000 บาท เป็นรุ่นที่ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จต่ำที่สุดของช่วงนี้ และยังกินไฟน้อยที่สุดในกราฟค่าไฟต่อ 1 กม. ด้านล่าง (ชาร์จบ้านราว 0.64 บาท/กม.)
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท) | แบต (kWh) | ระยะ EPA* (กม.) | ชาร์จ DC (kW) | ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ |
|---|---|---|---|---|---|
| Deepal S07L | 1,099,000 | 68.8 | 340 | 167 | 3,232 |
| Tesla Model 3 | 1,149,000 | 57.5 | 584 | 175 | 1,967 |
| Mazda 6e | 1,169,000 | 77.9 | 458 | 194 | 2,552 |
| XPeng G6 | 1,189,000 | 68.5 | 378 | 382 | 3,146 |
| HYPTEC HT | 1,199,000 | 83.3 | 441 | 280 | 2,719 |
| BYD Sealion 7 | 1,199,900 | 82.56 | 425 | 150 | 2,823 |
| Kia EV5 | 1,249,000 | 64.2 | 520 | 120 | 2,402 |
| Mini Cooper Electric | 1,299,000 | 40.7 | 330 | 75 | 3,936 |
| Deepal L07 | 1,329,000 | 66.8 | 378 | 78 | 3,516 |
| MG IM6 | 1,349,900 | 75 | 525 | — | 2,571 |
| Volvo EX30 | 1,390,000 | 69 | 420 | 153 | 3,310 |
| ZEEKR 7X | 1,399,000 | 75 | 560 | 450 | 2,498 |
| MG IM5 | 1,449,900 | 100 | 583 | 396 | 2,487 |
| Mini Aceman | 1,459,000 | 42.5 | 325 | 75 | 4,489 |
งบเกิน 1.5 ล้านบาท คุ้มกับส่วนต่างไหม?
กลุ่มเกิน 1.5 ล้านบาทมีมากถึง 46 รุ่น แต่ตัวเลขราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จจะสูงขึ้นตามราคาเสมอ สิ่งที่จ่ายเพิ่มจึงไม่ใช่ระยะทาง แต่เป็นวัสดุภายใน ระบบช่วยขับ ช่วงล่าง ศูนย์บริการ และราคาขายต่อ ถ้าเป้าหมายคือความคุ้มของราคาป้ายเทียบกับระยะวิ่ง งบ 5 แสน–1 ล้านบาทให้ผลดีกว่าชัดเจน แต่ถ้าต้องการรถวิ่งไกลเกิน 500 กม. ต่อการชาร์จจริง ๆ กลุ่มนี้คือคำตอบ ส่วนค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงทุกวันคือค่าไฟต่อกิโลเมตร ซึ่งทุกรุ่นในกราฟด้านล่างอยู่ไม่ถึง 1 บาทเมื่อชาร์จที่บ้าน
คิดความคุ้มค่ารถ EV อย่างไรไม่ให้พลาด?
ควรแยกตัวเลขความคุ้มออกเป็น 2 ตัว ตัวแรกคือ ค่าไฟต่อ 1 กม. = อัตรากินไฟ (kWh/100 กม.) × ค่าไฟ (บาท/kWh) ÷ 100 ซึ่งเป็นเงินที่จ่ายจริงทุกวัน ค่าไฟบ้านอยู่อาศัยของ กฟน./กฟภ. ช่วง 151–400 หน่วยคือ 4.2218 บาท บวกค่า Ft งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569 ที่ 16.23 สตางค์ และ VAT 7% จะได้ราว 4.69 บาทต่อหน่วย รถ 9 รุ่นในกราฟจึงมีค่าไฟเพียง 0.64–0.84 บาท/กม. ถ้าชาร์จที่ตู้ DC ของ PEA VOLTA ซึ่งคิด 5.90–7.90 บาทต่อหน่วย ค่าไฟจะขยับเป็นราว 0.80–1.42 บาท/กม. ส่วนรถน้ำมันที่วิ่งได้ 15 กม./ลิตร เติมแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาท (สนพ. 25 ก.ย. 2569) จะอยู่ที่ราว 2.66 บาท/กม. แพงกว่าการชาร์จที่บ้านราว 3.4 เท่า และถ้าใช้มิเตอร์ TOU ชาร์จช่วง Off-Peak ซึ่งตกราว 3 บาทต่อหน่วย ค่าไฟจะต่ำลงอีก อัตรากินไฟแต่ละรุ่นอ้างอิง EV-Database (ค่าใช้งานจริง) รุ่นที่ไม่มีข้อมูลตรงกับแบตรุ่นไทยจึงไม่ได้นำมาแสดง
ตัวที่สองคือ ราคารถต่อระยะวิ่งต่อชาร์จ = ราคาเริ่มต้น ÷ ระยะ EPA ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ใช้ดูว่าราคาป้ายแลกระยะวิ่งได้คุ้มแค่ไหน ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร รุ่นที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ AION UT (ราว 1,485) และ BYD Dolphin (ราว 1,487) ถ้าต้องการคำนวณค่าไฟตามระยะที่ขับจริงของคุณ ใช้ เครื่องคำนวณค่าไฟรถ EV ของเรา
แบตเตอรี่ใหญ่กว่าแปลว่าวิ่งไกลกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ระยะทางขึ้นกับน้ำหนักรถ ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ และประสิทธิภาพมอเตอร์ร่วมด้วย ตัวอย่างในงบ 5–7 แสนบาท GWM ORA 5 EV ใช้แบต 58.3 kWh วิ่งได้ 364 กม. ขณะที่ Chery V23 ใช้แบตใหญ่กว่าที่ 59.93 kWh แต่วิ่งได้เพียง 252 กม. เพราะเป็นรถทรงกล่องที่ต้านลมมากกว่า ดังนั้นควรดูตัวเลขระยะทางบนมาตรฐานเดียวกันเป็นหลัก ไม่ใช่ดูขนาดแบตอย่างเดียว
ควรดูกำลังชาร์จ DC เท่าไหร่ถึงพอกับการใช้งาน?
ถ้าชาร์จที่บ้านเป็นหลักและวิ่งในเมืองไม่เกินวันละ 60–80 กม. กำลัง DC ระดับ 30–60 kW ก็เพียงพอ เพราะจะแทบไม่ได้ใช้ตู้ชาร์จเร็ว แต่ถ้าเดินทางต่างจังหวัดเดือนละหลายครั้ง ควรเลือกรุ่นที่รองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW ขึ้นไป เพราะจะลดเวลาแวะชาร์จจากระดับชั่วโมงเหลือระดับ 20–30 นาที ในงบไม่เกิน 1 ล้านบาทมีหลายรุ่นที่ทำได้แล้ว
ควรซื้อตอนนี้หรือรอรุ่นใหม่?
ปี 2569 มีรถรุ่นใหม่เข้าไทยถี่มาก และรุ่นที่เปิดตัวในจีนก่อนมักตามเข้าไทยภายใน 6–12 เดือน เช่น Deepal S05 ที่เพิ่ม LiDAR หรือ Leapmotor A05 การรอจึงมีเหตุผลเฉพาะเมื่อรุ่นที่สนใจมีข่าวเปลี่ยนโฉมชัดเจนในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้าเท่านั้น ถ้าไม่มี การซื้อตอนที่ข้อเสนอดีมักคุ้มกว่ารอ เพราะรุ่นใหม่มักเปิดราคาใกล้เคียงของเดิม ติดตามได้จาก ดัชนีบทความทั้งหมด ของเรา
คำถามที่พบบ่อยเรื่องรถ EV ตามงบ
รวมคำถามที่ผู้ซื้อถามบ่อยที่สุดเมื่อเลือกรถ EV ตามงบ พร้อมคำตอบที่อ้างอิงตัวเลขจากฐานข้อมูลเดียวกับตารางด้านบน
ถาม: รถ EV ราคาถูกที่สุดในไทยราคาเท่าไหร่?
ตอบ: ราคาเริ่มต้นต่ำสุดในฐานข้อมูล 95 รุ่นที่ขายจริงในไทยคือ ChangAn Lumin ที่ 349,000 บาท เป็นซิตี้คาร์แบต 27.99 kWh วิ่งได้ราว 210 กม. ตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ รองลงมาคือ Wuling Air EV 369,000 บาท และ Wuling Binguo EV 399,000 บาท ทั้งหมดรองรับชาร์จ DC ไม่เกิน 50 kW จึงเหมาะกับผู้ที่ชาร์จที่บ้านเป็นหลัก
ถาม: งบ 5 แสนบาท ซื้อรถ EV ได้กี่รุ่น?
ตอบ: งบไม่เกิน 5 แสนบาทเลือกได้ 5 รุ่น ได้แก่ ChangAn Lumin, Wuling Air EV, Wuling Binguo EV, BYD ATTO 1 และ Geely EX2 โดย Geely EX2 ที่ 429,990 บาทให้ระยะทางสูงสุดในกลุ่มที่ 277 กม. และรองรับชาร์จ DC 70 kW ซึ่งสูงที่สุดในช่วงงบนี้ด้วย
ถาม: ค่าไฟรถ EV ต่อ 1 กม. เท่าไหร่ รุ่นไหนประหยัดที่สุด?
ตอบ: ถ้าชาร์จที่บ้านด้วยค่าไฟราว 4.69 บาทต่อหน่วย (อัตราบ้านอยู่อาศัย กฟน./กฟภ. ช่วง 151–400 หน่วย รวม Ft งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569 และ VAT) รถ EV 9 รุ่นที่มีข้อมูลอัตรากินไฟตรงรุ่นไทยจะมีค่าไฟเพียง 0.64–0.84 บาท/กม. โดย Tesla Model 3 ประหยัดที่สุดที่ราว 0.64 บาท/กม. ถ้าชาร์จที่ตู้ DC สาธารณะ 5.90–7.90 บาทต่อหน่วยจะอยู่ราว 0.80–1.42 บาท/กม. ขณะที่รถน้ำมันที่วิ่งได้ 15 กม./ลิตร อยู่ที่ราว 2.66 บาท/กม. หรือแพงกว่าการชาร์จที่บ้านราว 3.4 เท่า
ถาม: ระยะทาง EPA ต่างจากตัวเลขในโบรชัวร์อย่างไร?
ตอบ: โบรชัวร์ในไทยส่วนใหญ่ใช้มาตรฐาน NEDC หรือ CLTC ซึ่งให้ตัวเลขสูงกว่าการขับจริงมาก EV Ocean แปลงทุกรุ่นเป็นมาตรฐาน EPA โดยประมาณด้วยสัมประสิทธิ์ CLTC×0.75, WLTP×0.89 และ NEDC×0.70 เพื่อให้ทุกรุ่นเทียบกันบนฐานเดียว ตัวเลขจริงยังขึ้นกับความเร็ว อุณหภูมิ การใช้แอร์ และน้ำหนักบรรทุก
ถาม: งบเท่าไหร่ถึงจะได้รถ EV ที่วิ่งไกลเกิน 500 กม.?
ตอบ: ต้องเริ่มที่ราว 1.45 ล้านบาท โดย MG IM5 ที่ 1,449,900 บาทเป็นรุ่นราคาต่ำที่สุดที่ทำระยะ EPA โดยประมาณได้ถึง 583 กม. ด้วยแบต 100 kWh ส่วนในงบต่ำกว่า 1 ล้านบาท รุ่นที่วิ่งไกลที่สุดอยู่ราว 470 กม. เท่านั้น
ถาม: ไม่มีที่ชาร์จที่บ้าน ควรเลือกงบเท่าไหร่?
ตอบ: ควรขยับงบขึ้นไปกลุ่ม 7 แสนบาทขึ้นไป เพราะรุ่นในช่วงนั้นรองรับชาร์จ DC ตั้งแต่ 100 kW ขึ้นไปหลายรุ่น ทำให้แวะชาร์จที่สถานีเสร็จใน 20–30 นาที ต่างจากรุ่นต่ำกว่า 5 แสนบาทที่รองรับเพียง 30–50 kW ซึ่งจะใช้เวลานานจนไม่เหมาะกับการพึ่งสถานีชาร์จเป็นหลัก
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีม EV Ocean · ราคาและสเปกทุกรายการตรวจกับข้อมูลทางการของแต่ละแบรนด์ · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · ดูตารางเทียบเต็มได้ที่ หน้าเปรียบเทียบรถ EV ยอดนิยม 2569

































