MG 07 เปิดพรีเซลในจีน เริ่ม 125,900 หยวน (ราว 630,000 บาท) ซีดานไฟฟ้า LiDAR รุ่นแรกของ MG

MG 07 ซีดานไฟฟ้าทรงลิฟต์แบ็กรุ่นใหม่ล่าสุดของ MG เปิดพรีเซลในจีนอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 125,900 หยวน (ราว 630,000 บาท) ต่ำกว่าระดับ 150,000 หยวน (ราว 750,000 บาท) ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ เพราะเป็นรุ่นแรกของ MG ที่ติดตั้ง LiDAR และเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบช่วยขับขี่ Momenta R7 บทความนี้สรุปราคาทุกรุ่นย่อย สเปกแบตเตอรี่และการชาร์จ เทคโนโลยีช่วยขับขี่ กำหนดส่งมอบ พร้อมวิเคราะห์โอกาสที่รถรุ่นนี้จะเดินทางมาถึงตลาดไทยในอนาคต
MG 07 เปิดพรีเซลราคาเท่าไหร่ มีรุ่นย่อยอะไรบ้าง?
MG 07 เปิดพรีเซลทั้งหมด 5 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่น 650 Comfort ราคา 125,900 หยวน (ราว 630,000 บาท) ตามด้วย 610 LiDAR ราคา 135,900 หยวน (ราว 680,000 บาท) 610 Flagship ราคา 145,900 หยวน (ราว 730,000 บาท) ส่วนรุ่นแบตใหญ่ 845 LiDAR และ 845 Flagship อยู่ที่ 155,900 และ 165,900 หยวน (ราว 780,000 และ 830,000 บาท) ตามลำดับ โดยตัวเลขชื่อรุ่นคือระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC ของจีน

รถจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยรุ่นระยะทางราว 600 กม. เริ่มส่งมอบปลายเดือนสิงหาคมเลย ส่วนรุ่น 845 กม. ต้องรอถึงต้นเดือนตุลาคม การตั้งราคาต่ำกว่าที่ตลาดคาดแบบนี้สะท้อนความจำเป็นของ MG ที่ต้องแย่งพื้นที่ในตลาดซีดานไฟฟ้ากลุ่มแมสของจีนซึ่งแข่งขันรุนแรงที่สุดในโลก และยังเป็นการวางหมากให้รถรุ่นนี้กลายเป็นตัวเลือกที่จับต้องได้ที่สุดในกลุ่มรถที่ติดตั้ง LiDAR จากโรงงาน
มองในเชิงกลยุทธ์ ราคาที่หลุดกรอบความคาดหมายลงมาแบบนี้ยังทำหน้าที่เป็นการประกาศจุดยืนของแบรนด์กลายๆ ว่าจะไม่ยอมเสียพื้นที่ในสงครามราคาที่ดุเดือดของจีน แม้จะต้องแบกรับแรงกดดันด้านอัตรากำไรก็ตาม ฝั่งผู้บริโภคจีนเองก็ได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะได้รถที่อัดเทคโนโลยีระดับที่เมื่อสองปีก่อนยังอยู่ในรถราคาสามสี่หมื่นหยวนแพงกว่านี้ ขณะเดียวกันแรงกดดันนี้จะบีบให้คู่แข่งในกลุ่มเดียวกันต้องทบทวนราคาหรือเร่งอัปเกรดอุปกรณ์ตามภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าตามวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในตลาดนี้
| รุ่นย่อย | ราคาพรีเซล (หยวน) | แบตเตอรี่ | EPA (โดยประมาณ) | ระยะทาง CLTC |
|---|---|---|---|---|
| 650 Comfort | 125,900 (ราว 630,000 บาท) | 67 kWh | ~488 กม. | 650 กม. |
| 610 LiDAR | 135,900 (ราว 680,000 บาท) | 67 kWh | ~458 กม. | 610 กม. |
| 610 Flagship | 145,900 (ราว 730,000 บาท) | 67 kWh | ~458 กม. | 610 กม. |
| 845 LiDAR | 155,900 (ราว 780,000 บาท) | 91 kWh | ~634 กม. | 845 กม. |
| 845 Flagship | 165,900 (ราว 830,000 บาท) | 91 kWh | ~634 กม. | 845 กม. |
คิดที่อัตรา 1 หยวน ≈ 5.00 บาท (อัตรากลางธนาคารแห่งประเทศไทย 30 ก.ย. 2569) ตัวเลขบาทเป็นค่าประมาณเพื่อเทียบสเกล ไม่ใช่ราคาขายในไทย
สเปกแบตเตอรี่และการชาร์จของ MG 07 แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร?
MG 07 แบ่งเป็นสองกลุ่มเทคนิคชัดเจน กลุ่มรุ่น 650 และ 610 ใช้แบตเตอรี่ 67 kWh กับมอเตอร์หน้า 176 กิโลวัตต์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 400 โวลต์ ส่วนกลุ่มรุ่น 845 ใช้แบตเตอรี่ 91 kWh มอเตอร์ 235 กิโลวัตต์ เร่งเหลือ 5.9 วินาที และอัปเกรดเป็นแพลตฟอร์ม 800 โวลต์ที่รองรับชาร์จเร็วระดับ 5C

ความต่างของสองแพลตฟอร์มเห็นชัดที่สุดตอนชาร์จ รุ่น 845 บนระบบ 800 โวลต์ชาร์จจาก 30 ไป 80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาเพียง 12 นาที ขณะที่กลุ่ม 650/610 บนระบบ 400 โวลต์ที่อัตราชาร์จสูงสุด 3C ใช้เวลาราว 20 นาทีสำหรับช่วงเดียวกัน จุดที่นักสังเกตตลาดให้ความสนใจเป็นพิเศษคือซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ เพราะรุ่นแบต 67 kWh ใช้แบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตต (hybrid solid-liquid) จาก Qingtao Energy ที่มี SAIC หนุนหลัง ถือเป็นการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่กลุ่มใหม่ลงรถตลาดแมสที่เร็วที่สุดรุ่นหนึ่ง ส่วนรุ่นแบต 91 kWh ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมแบบ ternary จาก CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความทนทานของแบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตตซึ่งยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ ข้อมูลจากงานแถลงยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการรับประกันเฉพาะส่วนนี้ จึงเป็นประเด็นที่ผู้ซื้อในจีนและตลาดส่งออกต้องติดตามเงื่อนไขจริงอีกครั้ง แต่การที่ผู้ผลิตกล้านำมาใช้ในรถขายจริงระดับหลายหมื่นคันต่อปีก็สะท้อนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีระดับหนึ่ง และถือเป็นก้าวเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตาของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั้งวงการ
ระบบช่วยขับขี่ของ MG 07 มีอะไรโดดเด่น?
MG 07 เป็นรถรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบช่วยขับขี่ Momenta R7 ซึ่งพัฒนาบนแนวคิด world model จับคู่กับชิป Xheart X7 ที่ออกแบบมาสำหรับโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ โดย 4 รุ่นย่อยบนติดตั้ง LiDAR 1 ตัวพร้อมกล้องภายนอก 11 ตัว รองรับระบบนำทางช่วยขับทั้งบนทางด่วนและในเมือง ขณะที่รุ่นเริ่มต้น 650 Comfort ใช้ชิป Journey J6B จาก Horizon Robotics ซึ่งไม่รองรับฟังก์ชันนำทางช่วยขับ

ในช่วงเปิดตัว MG เปิดให้ใช้ฟังก์ชันช่วยขับขี่ขั้นสูงฟรีแบบจำกัดเวลา ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับที่หลายแบรนด์จีนใช้ดึงผู้ใช้เข้าสู่ระบบก่อนเปลี่ยนเป็นการเก็บค่าบริการภายหลัง การที่แบรนด์ระดับแมสอย่าง MG เข็นระบบระดับนี้ลงรถราคาหกแสนกว่าบาทได้ เป็นอีกหลักฐานว่าต้นทุนเทคโนโลยีช่วยขับขี่ในจีนลดลงเร็วมาก และมาตรฐานความคาดหวังของผู้บริโภคกำลังถูกยกขึ้นทั้งกระดาน ซึ่งจะส่งแรงกดดันมาถึงรถทุกรุ่นที่ทำตลาดนอกจีนรวมถึงในไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เทียบกับภาพรวมตลาดจีนช่วงครึ่งหลังของปี การมาของซีดานทรงลิฟต์แบ็กคันนี้ยังช่วยเติมเต็มช่องว่างในไลน์อัปรถไฟฟ้าของแบรนด์ ซึ่งที่ผ่านมาพึ่งพารถแฮตช์แบ็กและ SUV เป็นหลัก การมีซีดานธงนำที่ภาพลักษณ์ล้ำสมัยจะช่วยดึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ที่มองหารถคันแรกซึ่งได้ทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี และราคาที่เอื้อมถึง อันเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนในปัจจุบัน
ตัวถังและพื้นที่ใช้สอยของ MG 07 เป็นอย่างไร?
MG 07 มีตัวถังยาว 4,886 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,485 มม. ฐานล้อ 2,825 มม. จัดอยู่ในกลุ่มซีดานขนาดกลางค่อนใหญ่ ดีไซน์เป็นทรงฟาสต์แบ็กเปิดได้ทั้งบานแบบลิฟต์แบ็ก มาพร้อมประตูไร้กรอบทั้ง 4 บาน และสปอยเลอร์หลังไฟฟ้าที่ปรับได้ 5 ตำแหน่ง ให้พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 697 ลิตร บวกช่องเก็บของหน้า (frunk) อีก 168 ลิตร

แพ็กเกจพื้นที่ใช้สอยแบบนี้คือจุดขายคลาสสิกของทรงลิฟต์แบ็กที่รวมความสวยของซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์ใกล้เคียงแฮตช์แบ็ก ช่องเก็บของรวมกันกว่า 860 ลิตรทำให้รถรุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานครอบครัวและสายเดินทาง ยิ่งบวกกับฐานล้อเกือบ 2.9 เมตรที่เอื้อต่อพื้นที่เบาะหลัง รถรุ่นนี้จึงวางตัวเองเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องกว่าซีดานไฟฟ้าทั่วไปในราคาระดับเดียวกัน และท้าชนโดยตรงกับกลุ่มซีดานไฟฟ้ายอดนิยมของจีนที่ครองตลาดช่วงราคานี้อยู่
MG 07 มีโอกาสเข้าไทยแค่ไหน?
ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า MG 07 จะทำตลาดในไทย แต่โอกาสถือว่ามีน้ำหนัก เพราะ MG เป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทย มีโรงงานประกอบในประเทศ และมีประวัตินำรถไฟฟ้ารุ่นหลักเข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง ทั้ง MG4, MG S5 ไปจนถึงตระกูล IM5 และ IM6 ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้

หากรถรุ่นนี้เข้าไทยจริง ตำแหน่งที่เป็นไปได้คือซีดานไฟฟ้าระดับกลางบนช่วงราคาประมาณ 1-1.3 ล้านบาทตามโครงสร้างภาษีและต้นทุนนำเข้า ซึ่งจะชนกับ Tesla Model 3 และ BYD Seal โดยตรง จุดที่ต้องจับตาคือ MG จะเลือกนำรุ่น 800 โวลต์เข้ามาหรือไม่ เพราะเครือข่ายชาร์จเร็วกำลังสูงในไทยกำลังขยายตัวเร็ว และการชาร์จ 30-80 เปอร์เซ็นต์ใน 12 นาทีจะเป็นจุดขายที่แรงมากในตลาดไทย ระหว่างนี้ผู้อ่านที่สนใจข่าวรุ่นนี้สามารถย้อนอ่านตอนที่ MG 07 เริ่มโชว์ตัวที่ดีลเลอร์ทั่วจีน หรือดูข้อมูล MG4 ไฟฟ้ารุ่นปรับโฉม ที่ขายในไทยอยู่ตอนนี้ รวมถึงเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นในไทยได้ในฐานข้อมูลของเรา
ในภาพใหญ่ ซีดานไฟฟ้ารุ่นนี้ยังเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ MG Motor ภายใต้เครือ SAIC ว่าจะสามารถขยับแบรนด์จากภาพรถคุ้มราคาไปสู่ผู้เล่นด้านเทคโนโลยีได้หรือไม่ หลังจากใช้กลยุทธ์ราคาเป็นอาวุธหลักมาหลายปี การอัดทั้ง LiDAR ระบบ Momenta และแบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตตมาในราคาต่ำกว่าคาด บอกชัดว่าแบรนด์เลือกสู้เกมนี้เต็มตัวแล้ว
อีกมุมที่ควรมองคือจังหวะเวลา ตลาดซีดานไฟฟ้าของไทยในปีนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวคึกคักขึ้นชัดเจน ทั้งการปรับราคาของผู้เล่นเดิมและการเข้ามาของรุ่นใหม่จากหลายค่าย หากแบรนด์ตัดสินใจเร็ว รถรุ่นนี้จะได้เปรียบเรื่องความสดของเทคโนโลยี แต่หากลากยาวไปถึงปลายปีหน้า ข้อได้เปรียบด้าน LiDAR และการชาร์จเร็วอาจถูกคู่แข่งไล่ทันเสียก่อน เพราะรอบการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ของรถจีนสั้นลงทุกที การชิงจังหวะเข้าตลาดจึงสำคัญไม่แพ้ตัวสเปกเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MG 07
ถาม: ราคาพรีเซลเริ่มต้นเท่าไหร่?
ตอบ: ราคาพรีเซลในจีนเริ่มต้น 125,900 หยวน (ราว 630,000 บาท) สำหรับรุ่น 650 Comfort และสูงสุด 165,900 หยวน (ราว 830,000 บาท) สำหรับรุ่น 845 Flagship
ถาม: รุ่นแบตเล็กกับแบตใหญ่วิ่งได้ไกลแค่ไหน?
ตอบ: รุ่นแบต 67 kWh วิ่งได้ราว 458-488 กม. EPA โดยประมาณ (610-650 กม. CLTC) ส่วนรุ่นแบต 91 kWh วิ่งได้ราว 634 กม. EPA โดยประมาณ (845 กม. CLTC)
ถาม: กำหนดส่งมอบเริ่มเมื่อไหร่?
ตอบ: รุ่นระยะทางราว 600 กม. เริ่มส่งมอบปลายเดือนสิงหาคม 2026 ส่วนรุ่น 845 กม. เริ่มส่งมอบต้นเดือนตุลาคม 2026
ถาม: รุ่นนี้ขายในไทยไหม?
ตอบ: ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยฐานการผลิตและความแข็งแรงของ MG ในไทย โอกาสที่จะเห็นรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในอนาคตถือว่ามีความเป็นไปได้ที่ต้องติดตาม
- Deepal S05 ใหม่ เพิ่ม LiDAR เปิดพรีเซลในจีน 30 ก.ค. นี้ ลุ้นตามเข้าไทย30 ก.ค. 2026
- Lucid Air 2026: ครบทุกรุ่น สเปก ราคา และลุ้นเข้าไทยไหม?29 ก.ค. 2026
- BYD Racco เปิดตัวที่ญี่ปุ่น รถไฟฟ้า BYD บุกตลาด Kei Car เริ่ม 2.145 ล้านเยน (ราว 459,000 บาท) วิ่งไกลสุดราว 285 กม. EPA29 ก.ค. 2026
- Zeekr 9X รุ่น 5 ที่นั่งเปิดตัวในจีน เริ่ม 451,900 หยวน (ราว 2.26 ล้านบาท) ถูกกว่ารุ่น 6 ที่นั่ง แรง 1,381 ม้า ชาร์จ 9 นาที29 ก.ค. 2026
- Leapmotor A05 เปิดจองในจีนแล้ว แฮตช์แบ็กไฟฟ้ามัดจำ 99 หยวน (ราว 500 บาท) วิ่งราว 383 กม. EPA ชาร์จ 30-80% ใน 16 นาที28 ก.ค. 2026

































