การแจ้งเตือน ข่าวใหม่ล่าสุด
กำลังโหลด…
ดูข่าวทั้งหมด

เมนูหลัก

หน้าแรก ข่าวล่าสุด บทความทั้งหมด รถ EV ตามงบ เปรียบเทียบรถ EV รถยนต์ EV เทคโนโลยี พลังงาน ประกันภัย EV ธุรกิจ

หมวดหมู่ทั้งหมด

ข่าวต่างประเทศ ธุรกิจ บทความแนะนำ ประกันภัย EV พลังงาน รถที่กำลังจะเข้าไทย รถยนต์ EV รีวิวรถยนต์ วิดีโอ สถานีชาร์จ เทคโนโลยี โปรโมชั่น

บริการ

เปรียบเทียบรถยนต์ EV ร่วมเขียนข่าวกับเรา ข่าวที่บันทึกไว้

เว็บในเครือ

พวงหรีด Aorestiqos

Tank 300 ใหม่ 2026 เปิดตัวในจีน ยกเครื่อง 553 จุด เพิ่มไฮบริด Hi4-Z 560 kW เริ่ม 199,800 หยวน (ราว 999,000 บาท)

EV Ocean Team • 20 ก.ค. 2026 • อ่าน 13 นาที
แชร์เรื่องนี้:
Tank 300 ใหม่ 2026 เรียงหลายสีในงานเปิดตัว

Tank 300 ใหม่ เจนเนอเรชันที่สอง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนแล้วเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 โดย GWM ยกเครื่องรถออฟโรดรุ่นหัวใจของแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการอัปเกรดรวม 553 จุดทั่วคัน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล และปลั๊กอินไฮบริด Hi4-T กับ Hi4-Z ราคาเริ่มต้น 199,800 หยวน หรือประมาณ 999,000 บาท ที่เด็ดคือรุ่นไฮบริดตัวแรง 560 กิโลวัตต์ ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 4.3 วินาที บทความนี้สรุปทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรถลุยทรงกล่องโฉมใหม่คันนี้ พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไม GWM ต้องทุ่มขนาดนี้ และคนไทยควรจับตาอะไร

Tank 300 ใหม่เปิดตัวมีกี่รุ่น ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

Tank 300 เจนเนอเรชันใหม่มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อยใน 3 ขุมพลัง รุ่นเบนซินเริ่มต้น 199,800 หยวน (ประมาณ 999,000 บาท) รุ่นดีเซลเริ่ม 234,800 หยวน (ประมาณ 1.17 ล้านบาท) รุ่นฐานล้อยาว Tank 300L Hi4-T ปลั๊กอินไฮบริดเริ่ม 249,800 หยวน (ประมาณ 1.25 ล้านบาท) และรุ่นท็อป Hi4-Z ราคา 259,800 หยวน (ประมาณ 1.30 ล้านบาท) โดยราคาจริงของสองรุ่นไฮบริดถูกกว่าราคาพรีเซลที่ประกาศเมื่อ 6 กรกฎาคมถึงคันละ 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท)

Tank 300 ใหม่ สีส้ม ชุดแต่งออฟโรด
รุ่นตกแต่งออฟโรดพร้อมแร็คหลังคาและไฟสปอตไลต์ (ภาพ: cnevpost)

การลดราคาต่ำกว่าพรีเซลตอนเปิดตัวจริงเป็นสัญญาณที่อ่านได้สองทาง ทางหนึ่งคือ GWM ต้องการสร้างกระแส “คุ้มเกินคาด” ให้ลูกค้าที่ลังเลรีบตัดสินใจ อีกทางหนึ่งสะท้อนแรงกดดันการแข่งขันในตลาดออฟโรดจีนช่วงราคา 200,000–300,000 หยวน (ราว 1.00–1.50 ล้านบาท) ที่รถรุ่นนี้ต้องปะทะโดยตรงกับ BYD Fang Cheng Bao Bao 5 และ Ford Bronco เวอร์ชันจีน ซึ่งต่างอัดเทคโนโลยีและตั้งราคาดุดันไม่แพ้กัน

ต้องเข้าใจก่อนว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่แค่สินค้าหนึ่งตัวในพอร์ต แต่คือรุ่นที่สร้างแบรนด์ Tank ขึ้นมาทั้งแบรนด์ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกช่วงปลายปี 2020 เจ้ากล่องเหลี่ยมคันนี้จุดกระแสรถออฟโรดราคาจับต้องได้ในจีนจนกลายเป็นปรากฏการณ์ ยอดจองล้นจนต้องหยุดรับออเดอร์มาแล้ว และตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ยืนหนึ่งเป็นตัวทำยอดหลักของแบรนด์มาโดยตลอด การที่ GWM เลือกทุ่มทรัพยากรยกเครื่องรุ่นนี้ก่อนใครจึงสมเหตุสมผลที่สุด เพราะถ้าหัวหอกทื่อ ทั้งแบรนด์ก็เดินต่อยาก

สิ่งที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้ต่างจากการไมเนอร์เชนจ์ทั่วไปคือขนาดของการเปลี่ยนแปลง GWM ระบุว่ามีการอัปเกรด 553 รายการทั่วทั้งคัน ชิ้นส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นของใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ระบบปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง Hi4-Z ถูกนำมาลงในรถรุ่นนี้ จากเดิมที่สงวนไว้ให้รุ่นใหญ่กว่าอย่าง Tank 500

ดีไซน์ Tank 300 ใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร?

ภาพรวมยังจงใจรักษาบุคลิกเดิมไว้ครบ ทั้งทรงกล่องเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และไฟหน้ากลมสไตล์เรทโทร แต่จุดสังเกตใหม่ที่ชัดที่สุดคือกระจังหน้าซึ่งเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษร “TANK” สีดำพาดเต็มแนว แทนลุคโครเมียมแบบเดิม ให้ภาพลักษณ์ดิบและทันสมัยขึ้น ส่วนตัวถังรุ่นเครื่องยนต์สันดาปคงฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตรเท่าเดิม

กระจังหน้า TANK สีดำของ Tank 300 ใหม่
กระจังหน้าใหม่ใช้ตัวอักษร TANK สีดำพาดเต็มแนว (ภาพ: cnevpost)

ไฮไลต์เชิงวิศวกรรมอยู่ที่รุ่นไฮบริดฐานล้อยาวซึ่งห้อยตัวอักษร L ต่อท้ายชื่อรุ่น โดยขยายฐานล้อเป็น 3,010 มิลลิเมตร ยาวขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 260 มิลลิเมตร การยืดฐานล้อระดับนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มพื้นที่วางขาแถวหลัง แต่ยังช่วยเรื่องเสถียรภาพทางตรงและการวางแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใต้พื้นรถ แลกกับมุมคร่อมสันเขา (breakover angle) ที่ท้าทายขึ้นในการลุยเส้นทางสมบุกสมบัน ซึ่งเป็นสมการที่วิศวกรออฟโรดต้องชั่งน้ำหนักเสมอ

อีกรายละเอียดที่สายแคมป์น่าจะถูกใจคืออุปกรณ์ติดตั้งจากโรงงานสายเอาต์ดอร์ ทั้งวิทยุสื่อสารในตัว เครื่องผลิตออกซิเจน และอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม สะท้อนว่า GWM ไม่ได้ขายแค่รถ แต่พยายามสร้างระบบนิเวศออฟโรดครบวงจรรอบตัวแบรนด์ Tank

ขุมพลัง Hi4-T กับ Hi4-Z ต่างกันอย่างไร วิ่งไฟฟ้าได้ไกลแค่ไหน?

Hi4-T คือระบบปลั๊กอินไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเพลาเชื่อมถึงกัน (non-decoupled) เน้นความทนทานในการลุย ใช้มอเตอร์หน้า 130 กิโลวัตต์กับแบตเตอรี่ 37.1 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 93 กิโลเมตรตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ (105 กิโลเมตร WLTC) ระยะทางรวมราว 813 กิโลเมตร EPA โดยประมาณ (913 กิโลเมตรตามที่ผู้ผลิตประกาศ) ส่วน Hi4-Z เป็นสถาปัตยกรรมแยกเพลาอิสระ (decoupled) เน้นสมรรถนะ ใช้มอเตอร์หน้า 180 กิโลวัตต์ มอเตอร์หลัง 200 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ 59.6 kWh วิ่งไฟฟ้าได้ประมาณ 178 กิโลเมตรตามมาตรฐาน EPA โดยประมาณ (200 กิโลเมตร WLTC) ระยะทางรวมราว 999 กิโลเมตร EPA โดยประมาณ (1,122 กิโลเมตรตามที่ผู้ผลิตประกาศ)

Tank 300 ใหม่ มุมด้านท้าย ยางอะไหล่ฝาท้าย
ด้านท้ายยังคงยางอะไหล่แขวนฝาท้ายตามสูตรรถลุยแท้ (ภาพ: cnevpost)
รายการ 300L Hi4-T (ฐานล้อยาว) Hi4-Z (ตัวแรง)
ราคาจีนเริ่มต้น 249,800 หยวน (ราว 1.25 ล้านบาท) 259,800 หยวน (ราว 1.30 ล้านบาท)
สถาปัตยกรรม 4WD เพลาเชื่อม (non-decoupled) เพลาแยกอิสระ (decoupled)
มอเตอร์ หน้า 130 kW หน้า 180 kW + หลัง 200 kW
กำลังรวมระบบ — 560 kW
แบตเตอรี่ 37.1 kWh 59.6 kWh
ไฟฟ้าล้วน EPA โดยประมาณ (WLTC) ~93 กม. (105 WLTC) ~178 กม. (200 WLTC)
ระยะทางรวม EPA โดยประมาณ (ค่าผู้ผลิต) ~813 กม. (913 กม.) ~999 กม. (1,122 กม.)
0-100 กม./ชม. 6.1 วินาที 4.3 วินาที

สำหรับคนที่สงสัยว่าสองสถาปัตยกรรมนี้ต่างกันอย่างไรในการใช้งานจริง อธิบายง่ายๆ ได้ว่าระบบเพลาเชื่อมของ Hi4-T ยังคงกลไกส่งกำลังเชิงกลถึงล้อทั้งสี่ตลอดเวลาแบบรถลุยดั้งเดิม จึงไว้ใจได้ในสถานการณ์หนักหน่วง เช่น ปีนหินหรือลุยโคลนลึกที่ต้องการแรงบิดต่อเนื่องไม่มีสะดุด ส่วนระบบเพลาแยกอิสระของ Hi4-Z ให้มอเตอร์หน้าและหลังทำงานเป็นเอกเทศ คอมพิวเตอร์จึงเกลี่ยแรงบิดซ้ายขวาหน้าหลังได้ละเอียดและฉับไวกว่า เหมาะกับการขับสมรรถนะสูงบนถนนและทางฝุ่นความเร็วสูง แลกกับความซับซ้อนของระบบที่มากขึ้น การมีให้เลือกทั้งสองแบบในรุ่นเดียวกันจึงเท่ากับครอบคลุมผู้ใช้สองสายที่เดิมต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดคือกำลังรวม 560 กิโลวัตต์ หรือกว่า 750 แรงม้าของรุ่น Hi4-Z ซึ่งพารถกล่องเหลี่ยมทรงสูงคันนี้พุ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.3 วินาที เร็วระดับรถสปอร์ต ขณะที่ยังแบกความสามารถลากจูงที่ผ่านการรับรอง 2.5 ตัน และจ่ายไฟออกนอกตัวรถ (V2L) ได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับตั้งแคมป์พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุดได้สบาย

ห้องโดยสารและระบบช่วยขับโฉมใหม่ได้อะไรมาบ้าง?

ภายในเปลี่ยนมาใช้จอเรือนไมล์ดิจิทัล 12.3 นิ้ว คู่กับจอกลางลอยขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รันระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 ที่ผสานผู้ช่วย AI สั่งงานด้วยเสียง Coffee GPT ส่วนระบบช่วยขับ รุ่นไฮบริดติดตั้งเซนเซอร์รวม 27 ชิ้น ประกอบด้วย LiDAR 1 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว กล้องความละเอียดสูง 11 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว ทำงานร่วมกับระบบ Coffee Pilot 3 รองรับการนำทางอัตโนมัติ NOA ทุกสภาพเส้นทาง พร้อมโหมดเฝ้าระวังรอบคัน (Sentry Mode)

จอกลาง 15.6 นิ้ว Coffee OS 3 ใน Tank 300 ใหม่
จอกลาง 15.6 นิ้ว 2.5K รัน Coffee OS 3 พร้อมผู้ช่วยเสียง Coffee GPT (ภาพ: cnevpost)

มีข้อควรรู้สำคัญหนึ่งข้อ ระบบช่วยขับชุดเต็มพร้อม LiDAR สงวนไว้เฉพาะรุ่นปลั๊กอินไฮบริดเท่านั้น ส่วนรุ่นเบนซินและดีเซลใช้ระบบช่วยขับแบบกล้องล้วน (vision-only) ใครที่ให้น้ำหนักกับฟีเจอร์ขับกึ่งอัตโนมัติเป็นหลัก ต้องขยับงบไปรุ่นไฮบริดสถานเดียว ซึ่งเป็นการจัดลำดับออปชันที่ผลักลูกค้าขึ้นรุ่นแพงอย่างแนบเนียน

การยกระดับห้องโดยสารครั้งนี้ทำให้รถออฟโรดที่เคยถูกมองว่า “ดิบ” กลายเป็นรถที่ใช้งานในเมืองได้สบายขึ้นมาก เทรนด์เดียวกับที่เราเห็นในเอสยูวีทรงกล่องรุ่นใหม่ๆ อย่าง Chery iCar V27 ที่ยืนยันเข้าไทยปลายปี 2026 ซึ่งจับกลุ่มลูกค้าสายลุยที่ไม่อยากทิ้งความสะดวกสบายเช่นกัน

ทำไม GWM ต้องยกเครื่องรุ่นนี้ และคนไทยควรจับตาอะไร?

เหตุผลหลักคือยอดขายของแบรนด์ Tank กำลังหดตัวแรง เดือนมิถุนายน 2026 ขายได้ 15,713 คัน ลดลง 27.16% จากปีก่อน และครึ่งปีแรกขายรวม 92,653 คัน ลดลง 10.62% สัดส่วนต่อยอดขายรวมของ GWM หดจาก 18.19% เหลือ 15.87% ขณะที่รถรุ่นนี้คือหัวหอกทำยอดของทั้งแบรนด์ การยกเครื่องครั้งใหญ่จึงเป็นการตอบโต้เชิงรุกก่อนเสียตำแหน่งให้คู่แข่งที่ไล่บี้ขึ้นมา

Tank 300 ใหม่ สีขาว มุมด้านข้าง
ทรงกล่องเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ครบในเจนเนอเรชันใหม่ (ภาพ: cnevpost)

ภาพใหญ่กว่านั้น GWM ทั้งเครือขายรถเดือนมิถุนายนได้ 108,080 คัน ลดลงเล็กน้อย 2.36% แต่ตลาดต่างประเทศกลับโตแรงถึง 50.16% และคิดเป็นสัดส่วน 55.67% ของยอดขายทั้งหมด แปลว่าตลาดส่งออกกลายเป็นเครื่องยนต์หลักของค่ายไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะที่ค่ายเพิ่งเปิดพรีเซล GWM H10 เอสยูวีทรงกล่องรุ่นเรือธงบนแพลตฟอร์ม Global One ที่ออกแบบมาเพื่อทำตลาดทั่วโลกตั้งแต่ต้น

สำหรับบ้านเรา GWM ทำตลาดรถรุ่นนี้ในเจนเนอเรชันแรกอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2023 ในชื่อ Tank 300 HEV ส่วนเจนเนอเรชันใหม่ยังไม่มีการประกาศแผนเข้าไทย ณ วันที่เขียนบทความ แต่ด้วยยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาตลาดส่งออกมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับฐานลูกค้าสายลุยในไทยที่เหนียวแน่น โอกาสที่โฉมใหม่จะตามมาจึงมีน้ำหนักไม่น้อย คำแนะนำของทีมงานคือ ใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อโฉมปัจจุบัน ควรสอบถามผู้จำหน่ายเรื่องแผนโฉมใหม่ให้ชัดก่อน เพื่อไม่ให้ซื้อแล้วตกรุ่นเร็วเกินคาด

อีกมุมที่ควรมองคือจังหวะเวลา ตลาดรถลุยและเอสยูวีทรงกล่องในไทยกำลังคึกคักขึ้นชัดเจน ทั้งจากค่ายจีนที่ทยอยส่งรถกลุ่มนี้เข้ามาทำตลาด และจากพฤติกรรมผู้บริโภคสายแคมป์ปิ้งที่เติบโตต่อเนื่องหลายปี รถกลุ่มนี้จึงไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป ยิ่งเมื่อเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดทำให้รถลุยประหยัดน้ำมันในเมืองได้จริงและจ่ายไฟตั้งแคมป์ได้ในตัว จุดอ่อนดั้งเดิมของรถประเภทนี้ก็ถูกลบไปทีละข้อ คำถามที่เหลือจึงไม่ใช่ว่ารถแบบนี้จะขายได้ไหม แต่คือค่ายไหนจะนำเข้ามาในสเปกและราคาที่โดนใจคนไทยก่อนกัน

หมายเหตุ: ราคาทั้งหมดในบทความเป็นราคาจำหน่ายในประเทศจีน ไม่ใช่ราคาไทย คิดที่อัตรา 1 หยวน ≈ 5.00 บาท (อัตรากลางธนาคารแห่งประเทศไทย 30 ก.ย. 2569) ตัวเลขบาทเป็นค่าประมาณเพื่อเทียบสเกล ระยะ EPA โดยประมาณคำนวณโดยทีม EV Ocean จากตัวเลขที่ผู้ผลิตประกาศ (CLTC×0.75 · WLTP/WLTC×0.89 · NEDC×0.70) ไม่ใช่ผลทดสอบของหน่วยงาน EPA สหรัฐ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: Tank 300 ใหม่ราคาเท่าไหร่?
ตอบ: ในจีนเริ่มต้น 199,800 หยวน (ประมาณ 999,000 บาท) สำหรับรุ่นเบนซิน ส่วนรุ่นท็อปปลั๊กอินไฮบริด Hi4-Z ราคา 259,800 หยวน (ประมาณ 1.30 ล้านบาท) ยังไม่มีราคาไทย

ถาม: รุ่นไฮบริดวิ่งไฟฟ้าล้วนได้กี่กิโลเมตร?
ตอบ: Hi4-T วิ่งได้ประมาณ 93 กิโลเมตร EPA โดยประมาณ (105 กิโลเมตร WLTC) ส่วน Hi4-Z วิ่งได้ประมาณ 178 กิโลเมตร EPA โดยประมาณ (200 กิโลเมตร WLTC)

ถาม: โฉมใหม่จะเข้าไทยเมื่อไหร่?
ตอบ: ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันไทยจำหน่ายเจนเนอเรชันแรกรุ่น HEV ผ่าน GWM ประเทศไทย หากมีความเคลื่อนไหวทีมงานจะรายงานทันที

ถาม: รุ่นเบนซินกับดีเซลได้ระบบช่วยขับเหมือนรุ่นไฮบริดไหม?
ตอบ: ไม่เหมือน รุ่นเครื่องยนต์สันดาปใช้ระบบช่วยขับแบบกล้องล้วน ส่วนชุดเซนเซอร์เต็ม 27 ชิ้นพร้อม LiDAR และ Coffee Pilot 3 ติดตั้งเฉพาะรุ่นปลั๊กอินไฮบริด

เรียบเรียงโดยทีมข่าว EV Ocean — ตรวจสอบข้อมูลโดยทีม EV Ocean · อัปเดต 20 กรกฎาคม 2026
แหล่งข้อมูล: CnEVPost (19 ก.ค. 2026) — สเปกและราคาอ้างอิงการเปิดตัวทางการในตลาดจีน

อ่านต่อ — บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด 142 เรื่อง

ค้นหารถ EV ตามยี่ห้อ

ดูทั้งหมด
ChangAn ChangAn Wuling Wuling BYD BYD Geely Geely MG MG GWM ORA GWM ORA AION AION JAECOO JAECOO OMODA OMODA Chery Chery Deepal Deepal ZEEKR ZEEKR Honda Honda Tesla Tesla Mazda Mazda XPeng XPeng HYPTEC HYPTEC Denza Denza BMW BMW Mercedes-Benz Mercedes-Benz Hyundai Hyundai Kia Kia Toyota Toyota Lexus Lexus Volvo Volvo Mini Mini Leapmotor Leapmotor Riddara Riddara Porsche Porsche Neta Neta Avatr Avatr Nio Nio Audi Audi Suzuki Suzuki Nissan Nissan Lotus Lotus
มองหายางสำหรับรถ EV? เลือกยางตามรุ่นรถของคุณได้ที่ tairod.com